สอนจระเข้ว่ายน้ำ
 
หมายถึงการชี้ทางหรือสอนให้คนที่เป็นอยู่แล้วให้เก่งหรือชำนาญขึ้นไปอีก แต่มักมุ่งหมายโดยเฉพาะถึงการสอน หรือแนะนำคนชั่วประพฤติไม่ดีส่วนมาก
 
   
สอนหนังสือสังฆราช 
 
สำนวนนี้ แตกต่างกับการสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ เพราะหมายถึงการสอนผู้ที่มีความรู้ดีเป็นเยี่ยมอยู่แล้ว โดยที่ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นรู้หรือชำนาญดีกว่าตนเสียอีก ความหมายใกล้เคียงกับสำนวนที่ว่า "เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน"
 
   
สัญชาติสุนัข อดขี้ไม่ได้ 
 
สำนวนนี้ ใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงคนที่ประพฤติชั่ว ถึงจะเอามาอบรมเลี้ยงดูดีอย่างไร ก็อดประพฤติเช่นเดิมไม่ได้ เปรียบได้กับสุนัขส่วนมากซึ่งชอบกินขี้อยู่เสมอ แต่สมัยนี้เราไม่ค่อยจะได้เห็นดังว่า ก็เพราะส้วมถ่ายอุจาระของเราสมัยนี้มิดชิดไม่ค่อยเรี่ยราดเหมือนสมัยก่อน
 
   
สมภารกินไก่วัด
 
เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่มุ่งหมายโดยเฉพาะ ถึงผู้ชายที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ปกครองดูแลหญิงสาวหลาย ๆ คนภายในบ้านหรือภายในวงงาน แล้วก็ถือโอกาสเกี้ยวพาเอาหญิงสาวเหล่านั้น มาเป็นเครื่องเล่นของตนเสียโดยไม่เหมาะสม อีกทางหนึ่งอาจหมายถึงผู้มีอำนาจในการปกครอง ซึ่งชอบหาเศษหาเลยจากการ "คอรัปชั่น" ในหน้าที่ของตนเองก็ได้
 
   
สร้างวิมานในอากาศ
 
หมายถึง การสร้างความฝันว่าตนเองจะต้องได้เป็นใหญ่หรือ มีเงินทองมั่งมีขึ้นแล้วจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้สมกับที่มีเงิน โดยที่ความใฝ่ฝันนั้นยังไม่แน่ว่าจะได้รับสมจริงหรือเปล่า
 
   
สาดน้ำรดกัน
 
เป็นสำนวนที่หมายถึงการทะเลาะทุ่มเถียงด่าทอโต้ตอบกันไปมา ยังไม่ถึงขั้นที่ลงมือใช้อาวุธซึ่งเท่ากับว่า เอาน้ำมาสาดรดกันให้ต่างคนต่างเปียกด้วยกันทั้งสองข้าง
 
   
สาวไส้ให้กากิน
 
หมายถึง การที่เอาความลับหรือเรื่องไม่ดีของตนเองหรือของพี่น้องของตนไปเปิดเผยให้คนอื่นฟัง โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่ตนเองเลย
 
   
สิบเบี้ยใกล้มือ
 
หมายความว่า อะไรที่ควรจะได้และอยู่ใกล้หรือเป็นสิ่งที่คว้าได้ง่าย ก็ควรจะคว้าไว้ก่อนดีกว่าที่จะมองข้ามไป เพราะเห็นว่าเป็นของเล็กน้อยและไม่มุ่งเอาของใหญ่ข้างหน้า โดยที่ยังมองไม่เห็นเค้าเลย
 
   
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ
 
หมายความว่า เรื่องที่เล่าจากปากคนมาก ๆ ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อถือทีเดียวนัก ต้องเห็นด้วยตาเองเสียก่อนและถ้าจะให้แน่จริง ๆ แล้ว ก็ต้องได้อยู่กับเหตุการณ์นั้นด้วย หรือเรียกว่าได้สัมผัสด้วยมือของตนเองจริงๆ จึงจะเป็นของแน่นอน
 
   
สิบคนเข้าไม่เท่าคนหนึ่งออก
 
สำนวนนี้ หมายถึงคนในครอบครัวเรากับคนภายนอกบ้าน คือคนที่อยู่กับเราภายในบ้านนั้นย่อมมีความสัมพันธ์และคุ้นเคยรู้อกรู้ใจกันมากับเราเป็นอย่างดี หรือเปรียบได้กับคนที่ทำงาน อยู่ในบังคับบัญชาของเรามานาน ๆ ย่อมจะมีความชำนาญในหน้าที่ต่าง ๆ เป็นอย่างดีเมื่อมีคนต้องออกไปแล้ว จะหาคนมาอยู่ใหม่ แทนกี่สิบคนก็คงสู้คนเก่าที่ออกไปไม่ได้
 
   
สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง 
 
สำนวนนี้ เนื่องจากว่าคนไทยในสมัยก่อน ๆ ถือว่า การเป็นพ่อค้าหรืออาชีพค้าขายนั้น สู้รับราชการขุนนางหรือข้าราชการไม่ได้ เพราะเหตุที่คนไทยในสมัยก่อนยังไม่มีความชำนาญในทางค้าขายดีพอ เมื่อไปทำมาค้าขายเข้า ก็มักประสบกับการขาดทุนมากกว่ากำไรสู้เป็นขุนนางหรือเป็นข้าราชการไม่ได้ เพราะพระเจ้าแผ่นดินหรือรัฐบาลชุบเลี้ยงให้มีเงินเดือน ซึ่งเท่ากับว่ามีแต่ทางได้ไม่มีทางขาดทุน
 
   
สิบรู้ไม่เท่าชำนาญ
 
หมายความว่า ความรู้ต่าง ๆ ที่ร่ำเรียนมาทางหนังสือนั้น ถึงจะเรียนมามากเพียงไรก็สู้ความชำนาญที่ได้จากการปฏิบัติหรือประสบการณ์ด้วยตนเองมาก ๆ ไม่ได้ เรียกว่า เรียนรู้แต่ภาคทฤษฎี แต่พอลงมือปฏิบัติเข้าจริง ๆ แล้วกลับไม่ค่อยได้เรื่อง สู้คนที่เขาเรียนปฏิบัติจากของจริงมาก่อนไม่ได้
 
   
สีซอให้ควายฟัง
 
เป็นสำนวนเปรียบเปรยถึงคนโง่เง่าหรือปัญญาทึบ ซึ่งแม้เราจะพร่ำสอนพร่ำบอกอย่างไรก็ไม่ได้เรื่อง หรือเปรียบได้กับคนที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอน หรือคำแนะนำชี้แจงของผู้ที่รู้ทำให้ผู้อุตส่าห์แนะนำต้องเปล่าประโยชน์ หรือเสียเวลาในการไปคอยชี้แนะนำ
 
   
สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
 
สำนวนนี้ มักจะใช้กันมาก เพราะเป็นสำนวนสุภาษิตที่เตือนใจให้คนเราอย่าทระนงหรือประมาท ไม่ว่าจะมีความรู้หรือปัญญาฉลาดปราดเปรื่องสักแค่ไหนถ้าประมานก็มีวันพลาดท่าเสียทีเขาลงได้ เพราะอุปมาเอาว่า "สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง" เราผู้เป็นคนธรรมดาสามัญหรือมีความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยิ่งจะมีทางพลาดพลั้งลงได้ง่าย โดยมีสำนวนต่อท้ายว่า "สองตีนโด่เด่ คงจะเซลงมาบ้าง"
 
   
สุกหัวกินหัว สุกหางกินหาง
 
สำนวนนี้ มีความหมายทำนองเดียวกับ "สิบเบี้ยใกล้มือ" คือ ได้สิ่งไหนก่อนหรือง่ายก็ควรคว้าเข้าไว้ ไม่ควรรีรอเลือกมากเกินไป อาจจะชวดหรือไม่ได้เลยก็ได้ เปรียบกับปิ้งปลาเป็นอาหาร คือเห็นว่า สุกหัวกินหัว สุกหางกินหาง ไม่ต้องรอให้ปลาสุกทั้งตัวจะช้าการไป
 
   
สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร
 
สำนวนนี้เป็นคำพังเพยที่ระบุถึงอบายมุขทั้ง ๔ คือ สุรา(เหล้า) นารี(ผู้หญิง : มักเจาะจงถึงผู้หญิงคนเที่ยว) พาชี(ม้าแข่ง) กีฬาบัตร(การพนันจำพวกไพ่ เช่น ไพ่ป๊อก ไพ่ตอง) ว่าเป็นเหตุแห่งความฉิบหายของผู้ชายเราถ้าใครลงไปมั่วสุมเข้า หรืออีกทางหนึ่งหมายถึง คนที่เป็นนักเลงถึงพร้อม ๔ อย่าง หรือเกือบทุกอย่างซึ่งเรียกว่าเป็นนักเลงเต็มตัว แต่ไปในทางไม่ดีนัก
 
   
เส้นผมบังภูเขา
 
หมายความว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ต้องเสียเวลาคิดค้นหรือแก้ไขเกือบตาย แต่แท้จริงแล้วเป็นเรืองที่มีปัญหาอยู่นิดเดียว ซึ่งมองข้ามไป เลยทำให้เป็นเรื่องใหญ่หรืออีกทางหนึ่ง หมายความว่าเอาเรื่องเล็กน้อยมาบังหน้าเสีย เพื่อหลอกให้อีกฝ่ายเข้าใจเขวไป จนเลยไม่ทันคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่เสียการ
 
   
สี้ยมเขาควายให้ชนกัน
 
หมายความว่า ยุยงให้เขาเกิดวิวาทบาดหมางกันแบบ "ยุให้รำ ตำให้รั่ว" (คำว่า "เสี้ยม"แปลว่า ลับ หรือทำให้เขาควายแหลมคมขึ้น เพื่อจะให้เข้าไปขวิดกัน)
 
   
ใส่ตะกร้าล้างน้ำ
 
สำนวนนี้ เป็นคำเปรียบเปรยถึงการทำให้คนที่มีมลทิน หรือมีเรื่องเสียมาก่อนให้กลับเป็นคนดีหรือเป็นคนใหม่ที่บริสุทธิ์ขึ้นมา เปรียบเหมือนเอาปลาที่เหม็นคาว หรือมีกลิ่นมาใส่เกลือแช่สักพัก แล้วเอาใส่ตะกร้าล้างน้ำโดยวิธีจุ่มสงขึ้นหลาย ๆ หนเพื่อให้หมดกลิ่น สำนวนนี้มักใช้กับหญิงที่เสียความบริสุทธิ์ไปแล้วหรือมีราคี แล้วเอาชุบอบรมทำให้เป็นหญิงบริสุทธิ์คนใหม่เสีย
 
   
ไส้เป็นหนอน
 
หมายถึง ญาติพี่น้องหรือคนในบ้านของตนเองไม่ซื่อสัตย์คิดร้ายหรือทรยศ ทำให้ตนต้องได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า "หนอนบ่อนไส้"  โบราณมักเอาคำว่า "ไส้" มาเปรียบกับตัวเรา ญาติพี่น้องวงศ์วาร หรือความลับภายใน, เรื่องส่วนตัว ฯลฯ เป็นส่วนมาก เช่น "ไส้กี่ขด ๆ"(หมายถึงความลับภายในหรือเรื่องส่วนตัว) สาวไส้ให้กากิน, ไส้เป็นน้ำเหลือง ฯลฯ