วัวแก่กินหญ้าอ่อน
 
หมายถึง ชายแก่ที่มีภรรยาสาวคราวลูกคราวหลาน มักใช้เป็นสำนวนเปรียบเปรยชายที่ว่านี้
 
   
วัวเคยขา ม้าเคยขี่ 
 
หมายถึงชายหญิงที่เคยมีสัมพันธ์กันมา ย่อมรู้จิตใจกันดีอยู่แล้ว
 
   
วัวไม่กินหญ้าอย่าขมเขา 
 
หมายความว่า อย่าบังคับหรืออย่าฝืนให้เขาทำอะไรในสิ่งที่เขาไม่สมัคใจ
 
   
วัวสันหลังขาด 
 
สำนวนนี้ ยังมีต่อสร้อยด้วยว่า "วัวสันหลังขาด เห็นกาบินผาดก็ตกใจ" มีความหมายถึงคนที่มีอะไรพิรุธหรือมีการกระทำไปแล้ว ในทำนองไม่สู่ดี มักมีอาการคอยหวาดระแวงอยู่เสมอ กลัวว่าจะมีคนรู้เห็นหรือมารื้อฟื้นกล่าวโทษขึ้น สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า "วัวสันหลังหวะ" ซึ่งแปลตามสำนวนก็ว่า วัวสันหลังเป็นแผลหวะ หรือมีบาดแผลที่หลัง กาจะบินมาจิกแผลตนเอง
 
   
วัวหายล้อมคอก
 
หมายความว่า เมื่อเกิดเรื่องเกิดราวถึงขั้นเสียหายขึ้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยมาคิดแก้ภายหลัง หรือไม่คิดหาทางป้องกันไว้แต่แรก ได้คิดก็ต่อเมื่อเกิดการเสียหายขึ้นแล้ว
 
   
วัวลืมตีน
 
สำนวนนี้ ใช้เป็นความหมายเปรียบเทียบถึงคนที่ไม่เจียมตัว หรือมีศักดิ์ต่ำแต่คิดเห่อเหิมจะทำตัวให้เทียมหน้าเขา
 
   
วัวเห็นแก่หญ้า ขี้ข้าเห็นแก่กิน
 
หมายถึง คนที่ตะกละตะกลาม หรือเห็นแก่กินอย่างเดียว มักมุ่งหมายถึงคนชั้นต่ำที่ทำอะไรเห็นแต่ได้เกินไป
 
   
วันพระไม่มีหนเดียว 
 
สำนวนนี้ มักใช้เป็นคำตอบโต้แก่อีกฝ่าย ในทำนองบาดหมางน้ำใจกันหรือในกรณีที่อีกฝ่ายทำให้ได้รับความเจ็บแค้น จึงใช้ไปในทางปรามาสว่า คงจะได้พบกันอีกในโอกาสหน้าหรือวันข้างหน้ายังมีอีก มูลของสำนวนนี้ เข้าใจว่าในสมัยก่อน เมื่อถึงวัน ๑๕ ค่ำ หรือ ๘ ค่ำ ข้างขึ้นข้างแรม เป็นวันที่ชาวบ้านมักมาชุมนุมฟังเทศน์ทำบุญกันพร้อมหน้า ได้พบกันเต็มที่ จึงถือเป็นประเพณีว่าการที่จะพบกันได้อย่างจัง ๆ หน้า ก็ต้องเป็นวันพระนี้เอง
 
   
ไว้ใจทาง วางใจคน จนใจเอง
 
สำนวนนี้ อธิบายความหมายอยู่ในตัวแล้ว เป็นสุภาษิตสอนใจคนเราว่า อย่าไว้ใจทั้งในเรื่องหนทาง หรือการเดินทางและในเรื่องจิตใจของคนอื่น ๆ ให้มากนัก จะได้รับเคราะห์โดยไม่รู้ตัวเข้าได้
 
   
ไว้ใจคนตาบอดข้างเดียว ไว้ใจบ่าวตาบอดสองข้าง
 
หมายความว่า ไว้ใจลูกนั้น จะไว้ใจหรือวางใจหรือวางใจไม่ได้เต็มที่ ก็หวังได้แต่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่ไว้ใจบ่าวหรือคนใช้กลับยิ่งซ้ำร้าใหญ่ คือหวังอะไรไม่ได้เลย การไว้ใจลูกยังดีกว่า  เพราะลูกเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเรา แต่บ่าวหรือคนใช้เป็นคนอื่น สำนวนนี้ ปัจจุบันนี้อาจจะไม่ค่อยได้พบหรือได้ยินนัก นอกจากคนเก่า ๆ หรือคนมีอายุแล้วจึงจะพูดถึง