พกหินดีกว่าพกนุ่น
 
คำว่า "พกหิน" หมายถึง ใจคอหนักแน่น เปรียบเหมือนเอาหินหนัก ๆ มาไว้กลับตัว ส่วน "พกนุ่น" หมายถึง ใจเบา หรือหูเบาเอนเอียงง่าย เพราะนุ่นเป็นของเบา สำนวนนี้จึงหมายถึง ทำใจคอให้หนักแน่นไว้ดีกว่าหูเบาหรือใจเบา หลงเชื่อคำของคนอื่น
 
   
พบไม้งามเมื่อขวานบิ่น 
 
สำนวนนี้ ใช้เป็นความหมายโดยเฉพาะกับผู้ชายเราที่บังเอิญมาพบผู้หญิงสวยงาม ถูกใจอย่างแท้จริงคนหนึ่งเข้า แต่ก็เป็นการสายเสียแล้ว เพราะวัยของคนชราภาพหรือมีครอบครัวเต็มทีแล้ว ก็เท่ากับว่า สังขารของตนไม่อำนวย เพราะ "ขวาน" ที่จะใช้การก็มามีอัน "บิ่น" ตัดไม้หรือตัดอะไรไม่ได้เสียแล้ว
 
   
พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ 
 
หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขจากของเดิมให้มันผิดแผกแตกต่างออกไปทั้งหมด หรือคิดว่าจะทำอย่างนี้ แต่กลับเปลี่ยนแปลงไปทำอีกอย่างในลักษณะตรงกันข้าม เปรียบได้กับ หลังมือและหน้ามือ
 
   
พิมเสนแลกกับเกลือ
 
หมายความว่า ยอมลดตัวเองไปทำในสิ่งที่ต่ำกว่า หรือไม่คู่ควรกัน ความหมายของ "พิมเสน"ย่อมมีราคากว่า "เกลือ" การทำตนเองให้มีราคาตัวของตนตกต่ำลงไปก็เท่ากับว่า เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ
 
   
พุ่งหอกเข้ารก
 
สำนวนนี้ หมายถึงทำอะไรที่สักแต่ว่าทำลงไปให้แล้วเสร็จ โดยไม่คิดคำนึงถึงผลเสียหรือผลที่จะได้รับเป็นอย่างไร เปรียบได้กับการพุ่งหอกเข้าไปในที่รก โดยไม่รู้ว่า หอกนั้นจะไปตกต้องโดนอะไรเข้าไปเป็นผลเสียหายบ้าง เพราะในที่รกย่อมมองไม่เห็นว่ามีอะไร
 
   
เพชรตัดเพชร 
 
สำนวนนี้ หมายถึงคนที่มีความสามารถดีกับคนที่มีความสามารถพอ ๆ กัน มาพบกันเข้าต่างฝ่ายย่อมจะทำอะไรกันไม่ได้ เพราะเท่ากับเก่งด้วยกัน เหมือนเพชรคม ๆ ด้วยกัน
 
   
พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง 
 
หมายความว่า พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้นิ่งไว้ดีกว่า
 
   
แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร
 
สำนวนนี้ มาจากธรรมเทศนาที่สอนให้คนเรารู้จักอดกลั้นใจ หรือระงับยับยั้งความโกรธในการที่คิดจะสู้กับฝ่ายศัตรู มิให้เป็นเรื่องราวลุกลามใหญ่โตเกิดขึ้น โดยที่ฝ่ายรู้จักคิดอดกลั้นไม่ต่อกรด้วย ถึงจะเป็นผู้แพ้ก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ประเสริฐกว่าผู้ที่คิดจะทำร้ายเขาเพื่อเอาชนะ